เช็ก 4 ระดับ สุขภาพเหงือก รู้ทันปัญหา เหงือกบวม เหงือกร่น เหงือกอักเสบ รักษาอย่างไรก่อนสายเกินแก้
การดูแลสุขภาพช่องปาก เรามักจะให้ความสำคัญไปกับสุขภาพฟัน ฟันต้องขาว ต้องเรียงสวย หรือไม่มีฟันผุถึงจะเรียกว่าช่องปากสุขภาพดี แต่จริง ๆ แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “เหงือก” เพราะเหงือกเป็นเหมือนรากฐานที่ยึดฟันเอาไว้ ถ้าสุขภาพเหงือกไม่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาช่องปากที่ร้ายแรงถึงขึ้นสูญเสียฟันได้เช่นกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วปัญหาเหงือกส่วนใหญ่สามารถสังเกตได้ตั้งแต่ระยะแรก ๆ โดยบทความนี้จะพาไป เช็ก 4 ระดับ สุขภาพเหงือก ตั้งแต่เหงือกอักเสบเล็กน้อย ไปจนถึงระดับที่ควรรีบพบทันตแพทย์ พร้อมวิธีดูแลเหงือกก่อนจะสายเกินแก้
เหงือกสุขภาพดี มีลักษณะอย่างไร? เหงือกสุขภาพดี สีอะไร?
ก่อนเช็กความผิดปกติของเหงือก เรามาทำความรู้จัก “เหงือกปกติ” กันก่อน เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินตัวเองเบื้องต้นว่า เหงือกสุขภาพดี มีลักษณะอย่างไร? ซึ่งโดยทั่วไปควรมีลักษณะดังนี้
- สีของเหงือกสุขภาพดี มักจะมีสีชมพูอ่อนสม่ำเสมอ ไม่ซีด ไม่คล้ำ หรือมีสีตามเม็ดสีผิวของแต่ละบุคคล
- เนื้อเหงือก มีลักษณะแน่น ไม่นิ่ม ไม่บวม
- ขอบเหงือก กระชับแนบสนิทกับตัวฟัน ไม่มีร่องระหว่างเหงือกและฟัน
- ลักษณะผิว อาจมีจุดตะปุ่มตะป่ำเล็กน้อยคล้ายผิวส้ม ซึ่งเป็นลักษณะปกติ
- ไม่มีอาการบวม ไม่เจ็บ และที่สำคัญคือ ไม่มีเลือดออก ในขณะแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี
หากเริ่มมีอาการต่างจากนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าสุขภาพเหงือกของคุณกำลังเข้าสู่ภาวะอันตราย
Checklist เช็ก 4 ระดับ สุขภาพเหงือก เริ่มมีอาการแบบนี้ ต้องทำอย่างไร?
ระดับ 1 : เหงือกอักเสบ — เหงือกแดงเล็กน้อย
อาการที่พบ
เริ่มเห็นขอบเหงือกมีสีแดงเข้มขึ้นกว่าปกติ รู้สึกระคายเคืองบริเวณขอบเหงือก มีเลือดออกบ้างเวลาแปรงฟัน ซึ่งนี่เป็นสัญญาณของอาการเหงือกอักเสบเล็กน้อย
เหงือกแดง เหงือกอักเสบ เกิดจากอะไร?
สาเหตุหลักมาจากคราบแบคทีเรียหรือคราบพลัคที่สะสมอยู่ตามขอบเหงือกและซอกฟัน หากทำความสะอาดไม่ทั่วถึง แบคทีเรียจะปล่อยสารพิษออกมาทำลายเนื้อเยื่อเหงือก
วิธีดูแล และรักษาอาการเหงือกแดง
เหงือกแดง เป็นเหมือนระยะเริ่มต้นของเหงือกอักเสบ โดยระยะนี้ยังสามารถรักษาให้หายขาดได้ง่าย ด้วยการปรับปรุงสุขอนามัยช่องปาก แปรงฟันให้ถูกวิธีวันละ 2 ครั้ง หลีกเลี่ยงการแปรงแรง และใช้ไหมขัดฟันทุกวันเพื่อขจัดคราบแบคทีเรียก่อนที่จะลุกลาม
ระดับ 2 : เหงือกบวม เลือดออกเวลาแปรงฟัน
อาการที่พบ
นี่คือช่วงที่หลายคนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติชัดเจน แต่บ่อยครั้งที่ยังเลือกปล่อยผ่าน โดยอาการที่พบคือ มีเหงือกบวมแดงชัดเจน เนื้อเหงือกเริ่มนิ่มและไม่กระชับกับฟัน มีเลือดออกง่ายแม้สัมผัสเบา ๆ มีกลิ่นปาก และอาจรู้สึกรำคาญหรือเจ็บเล็กน้อย
เหงือกบวมเกิดจากอะไร?
สาเหตุหลักมาจาก คราบแบคทีเรียหรือคราบพลัคที่สะสมอยู่ตามขอบเหงือกและซอกฟัน เมื่อคราบพลัคไม่ถูกกำจัดออกจะแข็งตัวกลายเป็น คราบหินปูน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่แปรงออกเองไม่ได้ ทำให้เหงือกเกิดการอักเสบเรื้อรัง รวมถึงอาจเกิดจากการขาดวิตามินบางชนิด ผลข้างเคียงจากฟันคุด และผลข้างเคียงจากยา
เหงือกบวม กี่วันหาย?
หากได้รับการขูดหินปูนโดยทันตแพทย์และดูแลความสะอาดอย่างถูกต้อง อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้ภายในไม่กี่สัปดาห์
วิธีดูแล รักษาเหงือกบวม
หลายคนมักมองหาตัวช่วยว่า เหงือกบวม ควรกินยาอะไร แต่ความจริงแล้วยาแก้อักเสบหรือยาปฏิชีวนะอาจช่วยบรรเทาอาการได้ชั่วคราวหากมีการติดเชื้อ แต่จะไม่สามารถรักษาที่ต้นเหตุได้หากยังมีหินปูนอยู่ การรักษาจึงต้องเริ่มจากการขูดหินปูน เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย จากนั้นทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง บ้วนปากหลังอาหาร และใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ
ระดับ 3 : เหงือกร่น เริ่มมีกลิ่นปาก
อาการที่พบ
สังเกตเห็นเหงือกร่นจนฟันดูยาวขึ้นหรือเริ่มเห็นรากฟัน มีอาการเสียวฟันร่วมด้วย บางกรณีอาจพบภาวะ เหงือกบวม เป็นหนอง หรือมีฝีที่เหงือก ซึ่งแสดงถึงการติดเชื้อรุนแรงจากแบคทีเรียที่ลุกลามลงลึกถึงใต้เหงือก ทำให้เกิดหนองและการทำลายเนื้อเยื่อ
เหงือกร่นเกิดจากอะไร?
เหงือกร่น เกิดได้จากการที่ปล่อยให้เหงือกอักเสบเรื้อรัง หรืออวัยวะรอบรากฟันถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจากโรคปริทันต์ หรืออาจเกิดจากการแปรงฟันที่รุนแรงเกินไป รวมถึงพฤติกรรมการสูบบุหรี่
วิธีดูแล รักษาเหงือกร่น
เมื่อมีอาหารเหงือกร่น เหงือกเป็นหนอง ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ควรซื้อยากินเองโดยไม่ตรวจสาเหตุ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการเรื้อรังมากขึ้น
ระดับ 4 : ฟันเริ่มโยก — เสี่ยงโรคปริทันต์
อาการที่พบ
นี่คือระดับที่รุนแรงที่สุดของปัญหา สุขภาพเหงือก ที่ลุกลามจนทำลายกระดูกรองรับรากฟัน โดยอาการที่พบคือ ฟันเริ่มโยกหรือเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิม มีหนองไหลออกจากร่องเหงือก กลิ่นปากรุนแรงมาก และรู้สึกเจ็บเวลาเคี้ยวอาหาร ภาวะนี้มักเกี่ยวข้องกับ โรคปริทันต์ (อาการอักเสบและติดเชื้อรุนแรงของเหงือก กระดูกรองรับรากฟัน และเอ็นยึดรากฟัน) หากสูญเสียการยึดเกาะในระดับนี้แล้ว กระดูกจะไม่สามารถสร้างกลับมาใหม่ได้เองเหมือนเดิม และเสี่ยงต่อการสูญเสียฟันถาวร
แนวทางรักษา
ต้องรับการรักษาเฉพาะทางกับทันตแพทย์โรคเหงือกอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไม่ให้โรคลุกลามจนต้องถอนฟันออก
วิธีดูแลสุขภาพเหงือก ให้แข็งแรงในระยะยาว
การมีเหงือกสุขภาพดี คือหัวใจสำคัญของการรักษาฟันแท้ไว้ให้อยู่กับเรานาน ๆ โดยเริ่มได้จากกิจวัตรประจำวัน ดังนี้
1. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หลีกเลี่ยงการแปรงแรง และเลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่มเพื่อไม่ให้ทำลายเหงือก
2. ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันทุกวัน เพื่อขจัดคราบจุลินทรีย์ในจุดที่แปรงเข้าไม่ถึง
3. เลิกสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและทำลายเนื้อเยื่อเหงือกโดยตรง
4. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ดี และแคลเซียม เช่น ส้ม สตรอว์เบอร์รี ผักใบเขียว ปลาแซลมอน นม และถั่ว เป็นต้น เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเหงือก
5. หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เหงือกบวม เจ็บเหงือก หรือเลือดออก อยู่เสมอ
6. พบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อขูดหินปูนและตรวจสุขภาพช่องปากอย่างละเอียด
สรุป สุขภาพเหงือกดี เริ่มจากการสังเกตตัวเองวันนี้
การสังเกตว่า เหงือกสุขภาพดีสีอะไร หรือมีอาการเจ็บเหงือก เหงือกบวม เหงือกร่น หรือไม่ในทุก ๆ วัน จะช่วยให้ตรวจเจอความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะปัญหาเหงือกมักเริ่มจากอาการเล็กน้อย ซึ่งหากปล่อยไว้อาจพัฒนาสู่โรคปริทันต์โดยไม่รู้ตัว
หากใครสังเกตอาการตามเช็กลิสต์ข้างต้นแล้วพบว่ามีอาการเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเหงือก หรืออยากมีเหงือกสุขภาพดี มาปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพฟันและช่องปาก ได้ที่ Dental Life Clinic เราพร้อมให้คำแนะนำ และให้การดูแลรักษาอย่างเต็มที่ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี พร้อมทั้งสุขภาพในช่องปากที่แข็งแรง 🩺🥰
ปรึกษาเราได้ฟรี!
083-070-5955, 02-938-9178
Inbox : https://m.me/dentallifeclinic
Line : @dentallife หรือคลิก https://lin.ee/R5pISY5
แผนที่ : https://goo.gl/maps/jkHoQaHvMVEtYx4i6

