เช็กด่วน! ถึงเวลา ขูดหินปูน แล้วหรือยัง? รวม 5 สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

Share Post:

เช็กด่วน! ถึงเวลา ขูดหินปูน แล้วหรือยัง? รวม 5 สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

หลายคนให้ความสำคัญกับการแปรงฟันทุกวัน แต่เชื่อหรือไม่ว่า แม้จะดูแลช่องปากอย่างดีเยี่ยม ก็ยังอาจมีคราบหินปูนสะสมอยู่ได้ เนื่องจากการแปรงฟันไม่สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์ที่แข็งตัวจนกลายเป็นหินปูนได้ด้วยตัวเอง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้า หินปูนเหล่านี้จะเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียชั้นดีที่นำไปสู่ปัญหาเหงือกอักเสบ กลิ่นปากเรื้อรัง และอาจลุกลามจนกลายเป็นโรคปริทันต์ในที่สุด แล้วเมื่อไหร่ควรขูดหินปูน บทความนี้จะมาพาทำความเข้าใจเรื่องหินปูนอย่างละเอียด พร้อมเช็ก 5 สัญญาณเตือน ว่าควร ขูดหินปูน แล้วหรือยัง

หินปูนคืออะไร? ทำไมแปรงฟันทุกวันก็ยังเกิดได้

หินปูน (Calculus) คือ คราบจุลินทรีย์ หรือที่เรียกกันบ่อย ๆ ว่า คราบพลัค (Plaque) ซึ่งสะสมอยู่บนผิวฟันเป็นเวลานานจนเกิดการตกตะกอนของแร่ธาตุจากน้ำลายจนแข็งตัว ทำให้แม้จะแปรงฟันทุกวัน แต่หาก แปรงฟันไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณคอฟันหรือซอกฟัน คราบแบคทีเรียที่หลงเหลืออยู่เพียง 1-2 วัน ก็สามารถเริ่มแข็งตัวเป็นหินปูนได้

ตำแหน่งที่มักพบหินปูนได้บ่อยคือ บริเวณฟันหน้าล่างด้านลิ้น และฟันกรามบนด้านกระพุ้งแก้ม เนื่องจากเป็นจุดที่มีรูเปิดของต่อมน้ำลาย ทำให้แร่ธาตุมาตกตะกอนได้ง่าย เมื่อหินปูนเกิดขึ้นแล้ว จะมีพื้นผิวขรุขระทำให้แบคทีเรียมาเกาะสะสมได้ง่ายขึ้นไปอีก และ ไม่สามารถบ้วนน้ำหรือแปรงออกเองได้ ต้องให้ทันตแพทย์ขูดออกเท่านั้น

 

เช็ก 5 สัญญาณ ที่บอกว่าคุณอาจควรขูดหินปูนแล้ว

หากเริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติเหล่านี้ แสดงว่าถึงเวลาที่ควรนัดหมายทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูน

1. มีเลือดออกเวลาแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน

เลือดที่ออกมาขณะแปรงฟันเป็นสัญญาณเตือนว่าเหงือกกำลังอักเสบ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากหินปูนที่อยู่บริเวณขอบเหงือกคอยกักเก็บเชื้อโรค ทำให้เหงือกไม่แข็งแรงและอ่อนแอ ทำให้ระคายเคืองและแผลได้ง่าย

2. มีกลิ่นปากเรื้อรัง

แม้จะแปรงฟันหรือใช้น้ำยาบ้วนปากแล้ว แต่กลิ่นปากยังคงอยู่ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนคราบหินปูน ซึ่งผลิตก๊าซที่มีกลิ่นเหม็นออกมาตลอดเวลา

3. เห็นคราบสีเหลืองหรือสีน้ำตาลบริเวณคอฟัน

เมื่อหินปูนเริ่มสะสมจนหนาตัวขึ้น จะสังเกตเห็นคราบแข็งสีเหลืองหรือน้ำตาลเกาะอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างฟันกับเหงือก ซึ่งนอกจากจะดูไม่สวยงามแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่มองเห็นได้ชัดเจน

4. เหงือกบวม แดง หรือกดแล้วเจ็บ

เหงือกที่มีสุขภาพดีจะเป็นสีชมพูอ่อนและแนบสนิทกับตัวฟัน แต่หากพบว่าเหงือกบวม แดง หรือมีอาการเจ็บเมื่อสัมผัส นั่นคือสัญญาณของการอักเสบจากการสะสมของหินปูนและคราบจุลินทรีย์

5. ไม่เคยขูดหินปูนมานานกว่า 6–12 เดือน

แม้ไม่มีอาการข้างต้น แต่การสะสมของคราบหินปูนอาจเกิดขึ้นได้ในระดับที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนทุก 6 เดือน จึงเป็นแนวทางป้องกันที่สำคัญที่สุด

 

ขูดหินปูน แบบธรรมดา กับ ขูดหินปูน Airflow ต่างกันอย่างไร

หลายคนอาจสับสนระหว่างการขูดหินปูนทั่วไปกับการทำความสะอาดด้วยระบบ Airflow ว่ามีความจำเป็นต่างกันอย่างไร แท้จริงแล้วทั้งสองวิธีมีจุดประสงค์และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ดังนี้

ขูดหินปูน แบบธรรมดา (Scaling)

ขูดหินปูนแบบธรรมดา คือ การใช้เครื่องมือทันตกรรมแบบสั่นสะเทือนด้วยคลื่นความถี่สูง เพื่อกะเทาะคราบหินปูนที่แข็งตัวและเกาะแน่นอยู่บริเวณคอฟันและขอบเหงือกออก เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับทุกคน เพื่อป้องกันโรคเหงือกอักเสบและลดความเสี่ยงของการสูญเสียฟัน โดยทั่วไปอาจมีความรู้สึกเสียวฟันหรือระคายเคืองเหงือกบ้างเล็กน้อยในขณะทำ

ขูดหินปูน ระบบ Airflow (Air Polishing)

ขูดหินปูนระบบ Airflow คือ เทคโนโลยีที่ใช้แรงดันน้ำ อากาศ และผงขัดอณูละเอียดพิเศษฉีดพ่นทำความสะอาดผิวฟัน ไม่ได้เน้นการขูดหินปูนแข็ง แต่เน้นการ “ขัดล้าง” คราบจุลินทรีย์ที่มองไม่เห็น รวมถึงคราบสีที่ฝังลึกจากอาหาร เครื่องดื่ม ชา กาแฟ หรือบุหรี่

แม้ Airflow จะให้ความสะอาดที่ล้ำลึกและสบายกว่า แต่ ไม่สามารถทดแทนการขูดหินปูนแบบธรรมดาได้ทั้งหมด เพราะไม่สามารถขจัดก้อนหินปูนที่แข็งตัวมากได้ ทันตแพทย์ส่วนใหญ่จึงมักแนะนำให้ ใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน เพื่อการดูแลสุขภาพช่องปากที่สมบูรณ์แบบ

 

ถ้าไม่ขูดหินปูน จะเกิดอะไรขึ้น?

การละเลยหินปูนไม่ได้จบแค่เรื่องกลิ่นปาก แต่จะส่งผลกระทบเป็นลำดับขั้นดังนี้

  1. คราบพลัคสะสม จากเศษอาหารและแบคทีเรีย จนกลายเป็น หินปูน
  2. เหงือกอักเสบ เหงือกบวม แดง มีเลือดออกง่าย
  3. ปริทันต์อักเสบ หินปูนอาจลามลงใต้เหงือก ทำลายเนื้อเยื่อและกระดูกเบ้าฟันละลาย
  4. ฟันโยกและสูญเสียฟัน เมื่อกระดูกรองรับฟันถูกทำลาย ฟันจะเริ่มคลอนและหลุดออกเองในที่สุด

นอกจากนี้ การอักเสบเรื้อรังในช่องปากยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ และทำให้ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากขึ้น


ควรขูดหินปูนทุกกี่เดือน?

  • บุคคลทั่วไป ควรตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนทุก 6-12 เดือน
  • กลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือผู้ที่มีประวัติโรคเหงือกรุนแรง ควรพบทันตแพทย์บ่อยขึ้นทุก 3-4 เดือน
  • คนจัดฟัน เครื่องมือจัดฟันทำให้ทำความสะอาดฟันยากขึ้น จึงควรขูดหินปูนบ่อยขึ้นตามคำแนะนำของทันตแพทย์

 

ขูดหินปูนเจ็บไหม?

การขูดหินปูนในปัจจุบันใช้อุปกรณ์สั่นสะเทือนด้วยคลื่นความถี่สูง ซึ่งช่วยให้การนำคราบหินปูนออกทำได้รวดเร็วและนุ่มนวล ปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้สึกคือปริมาณหินปูนและระดับการอักเสบของเหงือก หากมีหินปูนใต้เหงือกมากหรือเหงือกอักเสบรุนแรงอาจรู้สึกเจ็บได้มากกว่าปกติ ซึ่งทันตแพทย์สามารถใช้ยาชาช่วยบรรเทาได้ แต่ความรู้สึกไม่สบายเหล่านี้มักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและหายไปได้เองหลังจากทำเสร็จ


หลังขูดหินปูน ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

การดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้เหงือกฟื้นตัวได้เร็ว โดยหลังขูดหินปูน แนะนำปฏิบัติดังนี้

  • แปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่มและยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
  • ใช้ไหมขัดฟัน เพิ่มการใช้ไหมขัดฟันทุกวันเพื่อกำจัดคราบในซอกฟันที่แปรงเข้าไม่ถึง
  • จัดการอาการเสียวฟัน หากมีอาการเสียวฟันหลังทำ ให้หลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดชั่วคราวในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
  • งดสูบบุหรี่ ช่วยให้เหงือกฟื้นตัวจากการอักเสบได้รวดเร็วขึ้น


วิธีป้องกันหินปูนสะสมในระยะยาว

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง (เช้าและก่อนนอน) ครั้งละอย่างน้อย 2 นาที
  • ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน เพื่อกำจัดคราบในจุดที่แปรงเข้าไม่ถึง
  • ทำความสะอาดลิ้นเป็นประจำ เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย
  • ลดอาหารหวาน และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเพื่อลดแหล่งอาหารของแบคทีเรีย
  • ตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน เพื่อให้ทันตแพทย์พบปัญหาและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น


การดูแลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงของเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์ และช่วยให้ฟันแข็งแรงในระยะยาว

 

สรุป — ต้องขูดหินปูนเมื่อไหร่ สังเกตสัญญาณเตือนได้แต่เนิ่น ๆ

หินปูนเป็นคราบแข็งที่เกิดจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์และแร่ธาตุในน้ำลาย ซึ่งไม่สามารถกำจัดได้ด้วยการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว การสังเกตสัญญาณเตือน เช่น เลือดออกขณะแปรงฟัน เหงือกบวมแดง หรือมีคราบแข็งบริเวณคอฟัน จะช่วยให้เข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความเสี่ยงของโรคเหงือก โรคปริทันต์ และการสูญเสียฟันในอนาคต

แต่ที่แนะนำที่สุดในการดูแลช่องปาก คือควรตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุก 6 เดือน และขูดหินปูนตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ถือเป็นวิธีดูแลสุขภาพช่องปากที่คุ้มค่า ช่วยรักษาทั้งฟัน เหงือก และรอยยิ้มให้แข็งแรงได้ในระยะยาว 

รับคำปรึกษาและตรวจสุขภาพช่องปากโดยละเอียดกับทีมทันตแพทย์มืออาชีพได้ที่ Dental Life Clinic เราพร้อมให้คำแนะนำ และให้การดูแลรักษาอย่างเต็มที่ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี พร้อมทั้งสุขภาพในช่องปากที่แข็งแรง

.
ปรึกษาเราได้ฟรี!

083-070-5955, 02-938-9178

Inbox : https://m.me/dentallifeclinic

Line : @dentallife หรือคลิก https://lin.ee/R5pISY5

แผนที่ : https://goo.gl/maps/jkHoQaHvMVEtYx4i6

Stay Connected

More Updates