เคี้ยวน้ำแข็ง ทำไมเสี่ยงฟันแตก ฟันร้าว หนึ่งในพฤติกรรมทำร้ายฟัน ที่หลายคนมองข้าม

Share Post:

เคี้ยวน้ำแข็ง ทำไมเสี่ยงฟันแตก ฟันร้าว หนึ่งในพฤติกรรมทำร้ายฟัน ที่หลายคนมองข้าม

คนไทยกับเครื่องดื่มเย็น ๆ ใส่น้ำแข็งเป็นของคู่กัน ทำให้หลายคนเคยชินกับเคี้ยวน้ำแข็งที่เหลือก้นแก้ว ซึ่งฟังดูแล้วอาจเป็นเรื่องปกติ แต่จริง ๆ นี่คือพฤติกรรมที่แฝงภัยร้าย เป็นต้นเหตุทำลายฟันแบบไม่รู้ตัว เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันร้าว ฟันแตก และลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต หลายคนสงสัยว่าแค่ เคี้ยวน้ำแข็ง ทำไมเสี่ยงฟันแตก ฟันร้าวได้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในน้ำแข็ง ที่ไม่ควรมองข้าม

 

ทำไมการเคี้ยวน้ำแข็ง จึงเสี่ยงทำให้ฟันแตกและฟันร้าว

หลายคนคิดว่าน้ำแข็งไม่ได้มีความแข็งมากขนาดนั้น เพราะเกิดจากน้ำที่แข็งตัวและสามารถละลายได้ แต่จริง ๆ แล้วน้ำแข็งจัดว่ามีความแข็งเทียบเท่ากับของแข็งทั่วไป ไม่ต่างจากก้อนหินหรือกระดูก ดังนั้นการที่ฟันเรากัดลงบนก้อนน้ำแข็งจึงทำให้มีโอกาสที่จะเกิดการสึกกร่อนและแตกร้าวได้ง่าย

และการเคี้ยวน้ำแข็งที่มีความเย็นจัด ยังทำให้เกิดการขยายตัวและหดตัวของเคลือบฟันอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดรอยร้าวเล็ก ๆ บนผิวฟัน ซึ่งรอยร้าวบางชนิดมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าและอาจไม่รู้สึกผิดปกติในช่วงแรก แต่เมื่อทำพฤติกรรมนี้ซ้ำๆ รอยร้าวจะค่อยๆ ขยายลึกเข้าไปสู่ชั้นเนื้อฟัน และลามอาจไปจนถึงโพรงประสาทฟันในที่สุด อาจเกิดอาการปวดหรือเสียวฟันมากขึ้น และหากรอยแตกลงลึกถึงรากฟัน อาจทำให้เก็บรักษาฟันไว้ได้ยากกว่าเดิม

เคี้ยวน้ำแข็งเพียงครั้งเดียว ทำให้ฟันแตกได้หรือไม่

การเคี้ยวน้ำแข็งเพียงครั้งเดียว อาจมีความเสี่ยงทำให้ฟันแตกหรือบิ่นได้ทันที หากจังหวะนั้นออกแรงบดเคี้ยวลงบนจุดรับน้ำหนักพอดี หรือฟันซี่ดังกล่าวมีรอยผุ วัสดุอุดฟันเดิมขนาดใหญ่ หรือมีความเปราะบางอยู่ก่อนแล้ว แรงกดอัดจากความแข็งของน้ำแข็งก้อนนั้นมีค่าเกินกว่าที่โครงสร้างฟันจะรับไหว ส่งผลให้เกิดความเสียหายทันทีโดยไม่ต้องสะสมระยะเวลา

 

ใครเสี่ยงฟันแตกจากการเคี้ยวน้ำแข็งมากกว่าปกติ

  • ผู้ที่มีวัสดุอุดฟันขนาดใหญ่ ฟันที่เหลือเนื้อฟันแท้น้อย และผ่านการรักษาหรืออุดด้วยวัสดุเป็นบริเวณกว้างจะมีความแข็งแรงลดลง
  • ผู้ที่รักษารากฟันมาแล้ว ฟันที่ผ่านการรักษารากฟันมักจะเปราะกว่าฟันปกติ หากไม่ได้รับการครอบฟันจะเสี่ยงต่อการแตกในแนวดิ่ง
  • ผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้น เคลือบฟันจะบางลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ความแข็งแรงของเนื้อฟันลดลง
  • ผู้ที่มีอาการนอนกัดฟัน เพราะฟันที่ถูกใช้งานหนักจากการบดเคี้ยวตอนนอนจะมีรอยร้าวเล็กๆ อยู่แล้ว การเคี้ยวน้ำแข็งจึงเป็นการกระตุ้นให้รอยร้าวขยายตัวเร็วขึ้น

 

การเคี้ยวน้ำแข็ง ทำร้ายฟันได้มากกว่าฟันแตก

ผลกระทบจากการเคี้ยวน้ำแข็งไม่ได้จำกัดแค่ฟันแตกหรือฟันร้าวเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดปัญหาช่องปากตามมาอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • ฟันบิ่นหรือขอบฟันแตก แรงกัดอาจทำให้เคลือบฟันบริเวณขอบฟันหลุดออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ โดยเฉพาะฟันที่บางหรือมีรอยร้าวอยู่เดิม ผู้ที่มีฟันบิ่นอาจรู้สึกว่าขอบฟันคม รูปร่างฟันเปลี่ยน หรือใช้ลิ้นสัมผัสแล้วพบพื้นผิวที่ไม่เรียบ
  • เคลือบฟันเสียหายและเสียวฟัน เมื่อเคลือบฟันสึก บิ่น หรือมีรอยแตก เนื้อฟันด้านในอาจสัมผัสสิ่งกระตุ้นได้มากขึ้น จึงเกิดอาการเสียวเมื่อดื่มน้ำเย็น รับประทานของร้อน หรือสัมผัสอาหารรสหวานและเปรี้ยว
  • วัสดุอุดฟัน ครอบฟัน และวีเนียร์เสียหาย วัสดุที่ใช้บูรณะฟันได้รับการออกแบบให้รองรับการบดเคี้ยวตามปกติ แต่การกัดของแข็งอย่างน้ำแข็งอาจทำให้วัสดุอุดฟันบิ่นหรือหลุด ครอบฟันแตกร้าว และวีเนียร์แตกได้ โดยเฉพาะเมื่อมีพฤติกรรมนอนกัดฟันหรือขบฟันร่วมด้วย
  • อุปกรณ์จัดฟันอาจหลุดหรือผิดตำแหน่ง สำหรับผู้ที่จัดฟันไม่ควรเคี้ยวน้ำแข็งอย่างยิ่ง เนื่องจากแรงกัดอาจทำให้แบร็กเก็ตหลุด ลวดจัดฟันผิดรูป หรืออุปกรณ์บางส่วนแตก ความเสียหายเหล่านี้อาจทำให้เกิดแผลภายในช่องปากและทำให้แผนการรักษาล่าช้า
  • มีโอกาสเป็นโรคเหงือกอักเสบ เศษน้ำแข็งที่มีความคมอาจบาดเหงือก หรือทำให้เหงือกร่นจากการถูกกระแทกซ้ำๆ เปิดทางให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่รากฟัน

7 สัญญาณเตือนว่าฟันอาจร้าวจากการกัดน้ำแข็ง

ฟันร้าวไม่ได้แสดงอาการปวดรุนแรงทันทีเสมอไป บางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยและเป็น ๆ หาย ๆ สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่

  1. รู้สึกเจ็บเมื่ออกแรงกัดหรือเคี้ยวอาหาร
  2. เสียวฟันแบบเป็นๆ หายๆ เมื่อดื่มน้ำเย็น หรือกินอาหารร้อนจัด
  3. ปวดฟันเป็นพัก ๆ แบบที่ระบุตำแหน่งที่ชัดเจนไม่ได้
  4. เหงือกบวมแดง แม้ไม่มีฟันผุ
  5. รู้สึกว่าขอบฟันคมหรือรูปร่างฟันเปลี่ยนไป
  6. พบรอยเส้นสีดำหรือรอยขีดข่วนตามแนวขวางบนผิวเคลือบฟัน
  7. วัสดุอุดฟัน ครอบฟัน หรือวีเนียร์เกิดอาการโยก แตก หรือหลุด

หากมีอาการเหล่านี้หลังเคี้ยวน้ำแข็งควรหลีกเลี่ยงการใช้ฟันด้านที่มีอาการและพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการ

 

ฟันแตกหรือฟันร้าวจากการเคี้ยวน้ำแข็ง ควรทำอย่างไร

เมื่อมีอาการเจ็บ สงสัยว่าฟันร้าว หรือสังเกตเห็นว่าฟันแตกบิ่น ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และประเมินระดับความรุนแรง ซึ่งแนวทางการรักษามีหลายระดับขึ้นอยู่กับความเสียหาย ตั้งแต่การกรอแต่งผิวฟันเพื่อลบเหลี่ยมคมสำหรับรอยบิ่นขนาดเล็ก การใช้วัสดุอุดฟันเฉพาะทางเพื่อปิดรอยร้าว การทำครอบฟันกรณีที่รอยร้าวมีขนาดใหญ่เพื่อปกป้องโครงสร้างที่เหลือ ไปจนถึงการรักษารากฟัน กรณีรอยร้าวลามลึกไปถึงโพรงประสาทฟันจนเกิดการอักเสบ การละเลยปล่อยทิ้งไว้ รอยร้าวขนาดเล็กอาจขยายตัวลึกจนถึงรากฟัน จนทำให้สูญเสียฟันแท้ได้

สรุป — หยุดเคี้ยวน้ำแข็งก่อนรอยร้าวเล็กจะกลายเป็นปัญหาใหญ่

การเคี้ยวน้ำแข็งแล้วไม่เป็นไรในทันทีอาจเป็นเรื่องโชคดี แต่หากทำพฤติกรรมเดิมซ้ำ ๆ ก็เสี่ยงทำร้ายฟันในระยะยาว เพราะความแข็งของน้ำแข็งมีโอกาสทำให้ฟันบิ่น เกิดรอยร้าว หรือทำให้รอยร้าวเดิมขยายจนฟันแตกได้ นอกจากนี้ยังอาจทำลายวัสดุอุดฟัน ครอบฟัน วีเนียร์ และอุปกรณ์จัดฟันอีกด้วย

วิธีป้องกันที่ตรงที่สุดคือหยุดกัดน้ำแข็งและหลีกเลี่ยงการใช้ฟันบดของแข็ง หากใครมีอาการเจ็บเวลาเคี้ยว เสียวฟัน ปวดตอนปล่อยแรงกัด หรือพบว่ารูปร่างฟันเปลี่ยน ควรเข้ารับการตรวจโดยทันตแพทย์ ไม่ควรรอจนเกิดอาการปวดรุนแรงหรือฟันแตกอย่างชัดเจน สามารถรับคำปรึกษาและตรวจสุขภาพช่องปากโดยละเอียดกับทีมทันตแพทย์มืออาชีพได้ที่ Dental Life Clinic เราพร้อมให้คำแนะนำ และให้การดูแลรักษาอย่างเต็มที่ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี พร้อมทั้งสุขภาพในช่องปากที่แข็งแรง

.
ปรึกษาเราได้ฟรี!

083-070-5955, 02-938-9178

Inbox : https://m.me/dentallifeclinic

Line : @dentallife หรือคลิก https://lin.ee/R5pISY5

แผนที่ : https://goo.gl/maps/jkHoQaHvMVEtYx4i6

Stay Connected

More Updates