ฟันไม่สวย ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ต้องจัดฟันเช็ก 8 ลักษณะฟันที่ประเมินว่า ฟันแบบไหนควรจัดฟัน
ฟันไม่สวย ยิ้มไม่มั่นใจ เป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนเริ่มประเมินการจัดฟัน แต่ในทางทันตกรรม การจัดฟันไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับการสบฟัน การบดเคี้ยว และปัญหาช่องปากอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามลักษณะฟันที่มองเห็นจากภายนอก ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าจำเป็นต้องจัดฟันหรือไม่ บทความนี้จะพาไปเช็กสัญญาณที่บอกว่าฟันมีปัญหา ฟันแบบไหนควรจัดฟัน และหากไม่แก้ไขจะส่งผลอย่างไร
การจัดฟันไม่ได้มีไว้แก้ ฟันไม่สวย เพียงอย่างเดียว
การจัดฟัน คือการปรับตำแหน่งฟันและการสบฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมด้วยเครื่องมือทางทันตกรรม โดยมีเป้าหมายคือปรับการเรียงตัวของฟันและความสัมพันธ์ระหว่างฟันบนกับฟันล่าง ทำให้แท้จริงแล้วประโยชน์ของการจัดฟัน มีมากกว่าเพียงแค่เพื่อความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบดเคี้ยว ฟันที่เรียงตัวและสบกันอย่างเหมาะสมช่วยให้สามารถกัดและบดเคี้ยวอาหารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ลดความเสี่ยงฟันผุและโรคเหงือก เพราะฟันที่ซ้อนเกหรือเบียดกันแน่น มีความเสี่ยงที่จะทำให้แปรงฟันไม่สะอาด จากการที่แปรงสีฟันหรือไหมขัดฟันเข้าไม่ถึง ทำให้เกิดคราบจุลินทรีย์ และหินปูนสะสมได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฟันผุและโรคเหงือกอักเสบในระยะยาว
- แก้ไขปัญหาการออกเสียง โครงสร้างฟันและการสบฟันมีส่วนสำคัญต่อการพูดและการเปล่งเสียง การจัดฟันสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการพูดที่เกิดจากการสบฟันที่ผิดปกติได้
- ป้องกันการสึกผิดปกติของฟัน การเรียงตัวของฟันที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดแรงกดจากการบดเคี้ยวในตำแหน่งที่ไม่ควรเกิด ส่งผลให้ฟันบางซี่สึกกร่อนเร็วกว่าปกติ
- แก้ไขลักษณะนิสัยและโครงสร้างขากรรไกร การจัดฟันยังครอบคลุมถึงการแก้ไขลักษณะนิสัยที่ผิดปกติในการบดเคี้ยว รวมถึงป้องกันหรือแก้ไขการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของกระดูกขากรรไกร
ฟันแบบไหนควรจัดฟัน 8 ลักษณะฟันที่ควรประเมินเพื่อจัดฟัน
ลักษณะฟันต่อไปนี้เป็นกลุ่มปัญหาที่พบได้บ่อยและอาจเป็นเหตุให้เข้ารับการประเมินทางทันตกรรม เพื่อประเมินความจำเป็นในการเข้ารับการรักษา ทันตแพทย์จัดฟันมักใช้ลักษณะโครงสร้างฟันและตำแหน่งการสบฟันเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยสามารถสังเกตลักษณะฟันที่ควรได้รับการแก้ไขได้ 8 รูปแบบ ดังนี้
- ฟันซ้อนเก (Crowded Teeth) ลักษณะคือ ฟันที่ซ้อนทับหรือเกกัน เกิดจากพื้นที่บนขากรรไกรไม่เพียงพอทำให้ฟันเบียดซ้อนทับกัน ส่งผลให้ทำความสะอาดได้ยาก
- ฟันห่าง (Spaced Teeth) ลักษณะคือ มีช่องว่างระหว่างซี่ฟันมากกว่าปกติ เนื่องจากขนาดฟันเล็กกว่าขากรรไกร หรือมีจำนวนฟันน้อยกว่าปกติ อาจส่งผลต่อการบดเคี้ยว และเศษอาหารเข้าไปติดในช่องฟันได้ง่ายกว่าปกติ
- ฟันยื่น (Protruded) ลักษณะคือ ฟันหน้าบนยื่นล้ำออกมามากกว่าปกติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ ทำให้ปากดูอูม และการสบฟัน
- ฟันสบคร่อม (Underbite) ลักษณะคือ การที่ฟันล่างยื่นออกมาสบคร่อมฟันบน ทำให้การบดเคี้ยวทำงานได้ไม่สมดุลและส่งผลต่อรูปหน้า
- ฟันหน้าสบเปิด (Open Bite) ลักษณะคือ เมื่อกัดฟันแล้วฟันหน้าบนและฟันหน้าล่างไม่สบกันสนิท เกิดเป็นช่องว่างระหว่างฟันบนและล่าง ส่งผลต่อการกัดฉีกอาหาร รวมถึงการออกเสียงพยัญชนะบางตัว
- ฟันสบลึก (Deep Bite) ลักษณะคือ ฟันหน้าบน ปกคลุมฟันหน้าล่างมากเกินไปจนเกือบมิด เมื่อยิ้มแล้วแทบมองไม่เห็นฟันล่าง อาจทำให้ฟันสึก กร่อนได้ง่าย จากการที่ปลายฟันล่างกระทบฟันบน
- ฟันสบไขว้ (Crossbite) ลักษณะคือ ฟันบนบางซี่หรือหลายซี่อยู่ด้านในของฟันล่าง สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณฟันหน้าและฟันหลัง ส่งผลให้แรงบดเคี้ยวกระจายไม่สมดุล หรือทำให้ฟันบางซี่สึกมากกว่าบริเวณอื่น
- ฟันคุดหรือฟันขึ้นผิดตำแหน่ง ฟันที่ไม่สามารถขึ้นในตำแหน่งปกติหรือขึ้นผิดแนว อาจส่งผลต่อการสบฟัน การทำความสะอาด หรือสุขภาพของฟันและเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียง จึงควรได้รับการประเมินจากทันตแพทย์
หากไม่จัดฟัน ปัญหาเหล่านี้จะรุนแรงขึ้นหรือไม่
บางคนอาจมีคำถามว่า ฟันซ้อนเกเล็กน้อย ไม่ได้ทำให้เสียความมั่นใจ ยังจำเป็นต้องจัดฟันหรือไม่ คำตอบคือขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของความผิดปกติ หากสามารถดูแลความสะอาดได้ทั่วถึงและไม่มีแรงสบผิดปกติ ก็อาจไม่จำเป็นต้องจัดฟัน
ในทางกลับกัน ฟันที่ซ้อนกันมาก หรือฟันที่สบผิดตำแหน่ง หากปล่อยไว้อาจมีโอกาสที่อาการจะรุนแรงขึ้น เช่น เกิดคราบหินปูนสะสมได้ง่ายจากการที่ทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง นำไปสู่ปัญหาฟันผุลึกถึงโพรงประสาทฟันและโรคเหงือกร่นที่แก้ไขได้ยาก หรือฟันสึกหรอในจุดที่ไม่ควรสึก เกิดรอยร้าว รอยแตก หรือฟันบิ่นได้ง่ายขึ้น จากการที่ฟันและโครงสร้างกระดูกขากรรไกรสบผิดตำแหน่ง
แม้ฟันดูเรียงสวย ก็อาจมีสัญญาณว่าควรตรวจการสบฟัน
หลายคนคิดว่าหากยิ้มแล้วฟันเรียงตัวดี เรียบเสมอกัน ไม่มีส่วนที่บิด หรือเกทับกัน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องจัดฟัน แต่ในความจริงฟันที่เรียงตัวสวยงามอาจมีความผิดปกติเกี่ยวกับการสบฟันซ่อนอยู่ เช่น ฟันกรามสบกันไม่สนิท ฟันบนและฟันล่างสบกันไม่เหมาะสม หรือฟันบางซี่รับแรงกดทับมากกว่าตำแหน่งอื่น ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด กัดหรือฉีกอาหารบางชนิดได้ลำบาก ฟันบางซี่สึกง่ายจากแรงสบฟันที่ไม่สมดุล ปิดริมฝีปากได้ไม่สนิท
จะรู้ได้อย่างไรว่าควรจัดฟัน ทันตแพทย์ประเมินอะไรบ้าง
หากสงสัย หรือคิดว่าเข้าเกณฑ์ที่ต้องจัดฟัน แนะนำให้ไปพบทันตแพทย์จัดฟันเฉพาะทางเพื่อประเมินอย่างละเอียดว่า ว่าควรจัดฟันหรือไม่ รวมถึงเลือกเทคนิคการจัดฟันที่เหมาะสม ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการวิเคราะห์และประเมินโครงสร้างอย่างละเอียดรอบด้านผ่านขั้นตอนทางทันตกรรม ดังนี้
- ตรวจประเมินความสัมพันธ์ของการสบฟัน ทันตแพทย์จะตรวจประเมินสภาพฟัน สุขภาพเหงือก ลักษณะการสบฟัน และความสัมพันธ์ของขากรรไกรโดยตรงในช่องปาก
- การพิมพ์ปากหรือการสแกนช่องปากแบบสามมิติ เพื่อดูโครงสร้างฟัน กระดูกขากรรไกร รวมถึงโครงสร้างกระดูกส่วนลึก เพื่อนำมาใช้วางแผนการเคลื่อนฟัน
- การวิเคราะห์โครงหน้าและสัดส่วนใบหน้าด้านข้าง อาจรวมถึงการประเมินพฤติกรรมส่วนบุคคล วิเคราะห์นิสัยในชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อโครงสร้างฟัน เช่น การนอนกัดฟัน หรือพฤติกรรมการเคี้ยว
หลังการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด ทันตแพทย์จะร่วมหารือกับผู้ป่วยเพื่อออกแบบแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันแบบติดเครื่องมือถาวร เช่น จัดฟันแบบโลหะ , จัดฟันแบบใสถอดได้ หรือการจัดฟันใส Invisalign , จัดฟันแบบเซรามิก หรือ จัดฟันแบบดามอน
อายุเท่าไหร่ควรเริ่มตรวจประเมินการจัดฟัน
การจัดฟันสามารถเริ่มต้นการตรวจประเมินและรักษาได้ตั้งแต่ช่วงเด็กที่ฟันแท้ยังขึ้นไม่ครบ ไปจนถึงในวัยผู้ใหญ่ที่ฟันแท้ขึ้นสมบูรณ์แล้ว
การประเมิน การจัดฟันในเด็ก
เป็นช่วงวัยที่เหมาะอย่างมากในการประเมินการจัดฟัน เพราะเป็นช่วงที่กระดูกขากรรไกรยังอยู่ในช่วงที่มีการเจริญเติบโต โดยเป้าหมายจะเริ่มจากการประเมินการขึ้นของฟันถาวร พื้นที่ในขากรรไกร และความสัมพันธ์ของฟันบนกับฟันล่าง American Association of Orthodontists แนะนำให้เด็กได้รับการประเมินทางทันตกรรมจัดฟันครั้งแรกไม่เกินช่วงอายุประมาณ 7 ปี เนื่องจากเป็นช่วงที่เริ่มมีทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ในช่องปาก
การจัดฟันในวัยรุ่นและผู้ใหญ่
วัยรุ่นเป็นช่วงที่ฟันถาวรส่วนใหญ่ขึ้นแล้ว ขณะที่ขากรรไกรอาจยังมีการเจริญเติบโต จึงเป็นช่วงที่พบการจัดฟันได้บ่อย อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่ก็สามารถจัดฟันได้เช่นกัน โดยไม่มีอายุสูงสุดตายตัว
สรุป ฟันแบบไหนควรจัดฟัน ต้องดูมากกว่าความสวยงาม
ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันบนยื่น ฟันล่างยื่น ฟันสบลึก ฟันสบเปิด ฟันสบคร่อม และฟันกัดเบี้ยว เป็นลักษณะที่ควรได้รับการประเมินทางทันตกรรมจัดฟัน โดยเฉพาะเมื่อส่งผลต่อการสบฟัน การบดเคี้ยว หรือทำให้ดูแลความสะอาดได้ยาก อย่างไรก็ตาม ฟันไม่สวย ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องจัดฟันทุกคน และฟันที่ดูเรียงสวยก็อาจมีความผิดปกติของการสบฟันซ่อนอยู่
หากพบว่าฟันเรียงผิดตำแหน่ง สบฟันไม่พอดี เคี้ยวอาหารลำบาก หรือทำความสะอาดบางบริเวณได้ยาก สามารถรับคำปรึกษาและตรวจสุขภาพช่องปากโดยละเอียดกับทีมทันตแพทย์มืออาชีพได้ที่ Dental Life Clinic เราพร้อมให้คำแนะนำ และให้การดูแลรักษาอย่างเต็มที่ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี พร้อมทั้งสุขภาพในช่องปากที่แข็งแรง
.
ปรึกษาเราได้ฟรี!
083-070-5955, 02-938-9178
Inbox : https://m.me/dentallifeclinic
Line : @dentallife หรือคลิก https://lin.ee/R5pISY5

